แอสตร้าเซนเนก้า เผยนวัตกรรม Triple Therapy และ Biologics จุดประกายความหวังควบคุมโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังและโรคหืด


 

โรคปอดอุดกั้นเรื้อรังและโรคหืดคือ "ภัยเงียบ" ที่คร่าชีวิตผู้คนนับล้านทั่วโลกทุกปี ทว่าสังคมกลับมีการตระหนักรู้ต่อโรคเหล่านี้น้อยและทำให้ผู้ป่วยจำนวนมากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที ในงาน Asia COPD & SEA Summit 2025 ที่ แอสตร้าเซนเนก้า ในฐานะผู้นำด้านนวัตกรรมสุขภาพทางเดินหายใจระดับโลก ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจาก 7 ประเทศ ได้เผยความก้าวหน้าตามแนวทางการรักษา GOLD Guidelines 2025 ชี้ชัดถึง 'นวัตกรรมแห่งความหวัง' อย่าง Triple Therapy ยาสูดที่ผสานตัวยาสามชนิดในอุปกรณ์เดียว และยาชีววัตถุ (Biologics) ที่ออกฤทธิ์ตรงต่อกลไกของโรค ซึ่งไม่เพียงลดการกำเริบและอัตราการเสียชีวิต แต่ยังคืนโอกาสให้ผู้ป่วยกลับมาใช้ชีวิตใกล้เคียงปกติอีกครั้ง ความก้าวหน้านี้จึงไม่ใช่เพียงการรักษา แต่คือความหวังที่อาจหยุดยั้งไม่ให้ "ภัยเงียบ" พรากชีวิตใครอีกต่อไป

 

โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (Chronic Obstructive Pulmonary Disease: COPD) เป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 3 ของโลก มีผู้ป่วยราว 392 ล้านคนทั่วโลก[1] และคร่าชีวิตราว 3.5 ล้านคน[2] ในปี พ.ศ. 2564  ในประเทศไทยมีอัตราผู้เสียชีวิตจากโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังถึงปีละ 20,000 คน หรือเฉลี่ยวันละ 50 คน[3] ในขณะที่ โรคหืด (Asthma) พบว่ามีผู้ป่วยราว 262 ล้านคนทั่วโลก และเสียชีวิตกว่า 455,000 ราย[4] โดยในประเทศไทยมีผู้เสียชีวิตจากโรคหืดเฉลี่ย 8–9 รายต่อวัน หรือกว่า 3,000 รายต่อปี จากสถิติจะเห็นชัดว่าทั้งสองโรคเป็น "ภัยเงียบเรื้อรัง" ที่กำลังคุกคามผู้คนนับล้าน และคาดการณ์ว่ามีผู้ป่วยอีกเกินครึ่งที่ยังไม่ได้รับการวินิจฉัย[5]

 

ศ.นพ.กิตติพงศ์ มณีโชติสุวรรณ ศาสตราจารย์ประจำสาขาอายุรศาสตร์โรคระบบทางเดินหายใจและเวชบำบัดวิกฤติ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า "แม้โรคปอดอุดกั้นเรื้อรังจะเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับสามของโลก แต่ยังไม่ได้รับความตระหนักรู้เท่าที่ควร ทั้งที่ผู้ป่วยต้องทนทุกข์จากภาวะหายใจติดขัดรุนแรงเสมือนถูกกดใต้น้ำ โดยในไทยพบว่าราว 7% ของประชากรกำลังเผชิญโรคนี้ และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากปัญหาฝุ่น PM2.5 และการสูบบุหรี่ สถานการณ์ที่น่ากังวลดังกล่าวสะท้อนความสำคัญของเวที Asia COPD & SEA Summit 2025 ซึ่งเผยความก้าวหน้าของนวัตกรรม "Triple Therapy" หรือยาสูด (Inhaler) ที่ผสานตัวยาสามชนิด ได้แก่ ยาขยายหลอดลม 2 ชนิด และยาลดการอักเสบ 1 ชนิด ไว้ในหลอดเดียว มาพร้อมกับนวัตกรรม Aerosphere ในรูปแบบละอองยาที่ออกแบบให้กระจายตัวยาอย่างสมดุลลึกถึงปอดและหลอดลมเล็ก และสามารถเข้าถึงตำแหน่งของโรคได้อย่างตรงจุด จึงสามารถช่วยควบคุมอาการ ลดการกำเริบ และยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นการประชุมครั้งนี้จึงไม่เพียงเป็นเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ แต่ยังเป็นการจุดประกายความหวังในการเปลี่ยนอนาคตของผู้ป่วยในไทยและในระดับภูมิภาคให้กลับมาใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่"

 

ในขณะที่ผู้เชี่ยวชาญทางด้านโรคปอดและระบบทางเดินหายใจในระดับนานาชาติอย่าง ศ. นพ. ไมเคิล จี. ครูกส์ ศาสตราจารย์ด้านอายุรศาสตร์โรคระบบทางเดินหายใจ มหาวิทยาลัยฮัลล์ ยอร์ก เมดิคัล สคูล (Hull York Medical School) สหราชอาณาจักร และ รศ. นพ. เล คัค บ๋าว รองหัวหน้าแผนกโรคปอดโรงพยาบาลเกียดินห์ ประเทศเวียดนาม ต่างเห็นตรงกันถึงอันตรายของโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง ที่ไม่ได้จำกัดแค่ที่ 'ปอด' หากยังคุกคามถึง 'หัวใจ' ผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยเสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือด โดยเฉพาะผู้ที่มีอาการกำเริบมากกว่า 2 ครั้งต่อปี ซึ่งจัดเป็นกลุ่มเสี่ยงสูงต่อโรคแทรกซ้อน ทั้งความดันโลหิตสูงกว่า 46% โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ 40% หรือภาวะหัวใจล้มเหลวกว่า 20% ดังนั้น "การควบคุมการกำเริบ" จึงเป็นหัวใจสำคัญของการรักษา โดยงานวิจัยได้ยืนยันถึงประสิทธิภาพของ Triple Therapy ว่าสามารถลดการกำเริบและความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนทางหัวใจได้อย่างตรงจุด ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของนวัตกรรมที่เข้าใจทั้งโรคและผู้ป่วยอย่างแท้จริง

 

และจากประสบการณ์ของประเทศเวียดนามที่ได้บูรณาการ Triple Therapy เข้าสู่ระบบสาธารณสุขมาเกือบ 1 ปี สะท้อนผลลัพธ์ที่ชัดเจนว่าผู้ป่วยควบคุมอาการกำเริบได้ดีขึ้น รับยาได้ต่อเนื่อง และกลับมาใช้ชีวิตใกล้เคียงปกติ ผลลัพธ์ความสำเร็จนี้จึงพิสูจน์แล้วว่า Triple Therapy ไม่ใช่เพียง 'ทางเลือก' แต่คือ 'ทางรอด' และเป็นคำถามที่ทุกประเทศ รวมถึงประเทศไทย ต้องร่วมกันทบทวนว่าในวันนี้เราได้มอบการรักษาที่ดีพอและทั่วถึงให้แก่ผู้ป่วยแล้วหรือยัง

 

รศ. นพ. ศิวศักดิ์ จุทอง อายุรแพทย์โรคระบบทางเดินหายใจและภาวะวิกฤตทางเดินหายใจ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เปิดเผยว่า "โรคหืดเป็นภาวะหลอดลมตีบแคบจากการอักเสบเรื้อรัง ซึ่งหากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องและควบคุมอาการของโรคได้ไม่ดี อาจก่อให้เกิดเป็น 'โรคหืดรุนแรง' (Severe Asthma) จากการศึกษาพบว่า ประมาณ 7 คน ต่อประชากร 100 คน มีอาการโรคหืดรุนแรง และได้คร่าชีวิตผู้ป่วยราว 2,000 รายต่อปี ในปัจจุบันการรักษาโรคหืดรุนแรงได้มีการพัฒนาไปอย่างมาก ซึ่งหนึ่งในก้าวสำคัญคือ ยาชีววัตถุ หรือ Biologics ที่ออกฤทธิ์ตรงต่อกลไกของโรค ช่วยลดอาการเหนื่อยหอบได้อย่างแม่นยำ จากประสบการณ์จริงของผู้ป่วยรายหนึ่งสะท้อนพลังของนวัตกรรมการรักษาอย่างชัดเจน เขาเล่าว่าเคยต้องทนกับอาการหอบหนักแม้เพียงเดินไม่กี่ก้าว แต่หลังได้รับการรักษาก็กลับมาหายใจโล่งขึ้น และจนสามารถคว้าเหรียญทองแบดมินตันได้สำเร็จ"

 

"คงจะเป็นเรื่องน่ายินดีอย่างมาก หากนวัตกรรมเหล่านี้ ทั้ง Triple Therapy และยาชีววัตถุ(Biologics) จะสามารถเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียมและทั่วถึงภายใต้สิทธิการรักษาต่าง ๆ เพราะนั่นไม่ได้เพียงแต่ช่วยรักษาอาการ แต่ยังคือการคืนลมหายใจ ความฝัน และคุณภาพชีวิตให้กับผู้ป่วยอีกนับไม่ถ้วน เพื่อให้พวกเขาได้มีโอกาสใช้ชีวิตอย่างเต็มศักยภาพ และก้าวเดินต่อไปด้วยความหวัง" รศ. นพ. ศิวศักดิ์ กล่าวทิ้งท้าย

 

การประชุม Asia COPD & SEA Summit 2025 สะท้อนพันธกิจอันแน่วแน่ของ 'แอสตร้าเซนเนก้า' ในฐานะผู้นำการขับเคลื่อนการดูแลโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังและโรคหืดรุนแรงในภูมิภาคเอเชีย ภัยเงียบที่กระทบผู้คนนับล้านทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย ผ่านการผสานองค์ความรู้ แนวทางการรักษา และนวัตกรรมระดับนานาชาติ เพื่อยกระดับศักยภาพการวินิจฉัยและการรักษา ที่ไม่เพียงเสริมความเข้มแข็งให้ระบบสาธารณสุข แต่ยังเป็นก้าวสำคัญในการเปลี่ยนมุมมอง จากโรคที่ทำให้ตายได้ สู่โรคที่ไม่จำเป็นต้องตาย หากได้รับการรักษาที่ถูกต้องและทันท่วงที พร้อมคืนคุณภาพชีวิตและความหวังให้ผู้ป่วย และขับเคลื่อนประเทศสู่อนาคตที่ทุกคนมีสุขภาพและชีวิตที่ดีกว่าเดิม

###

 

เกี่ยวกับ แอสตร้าเซนเนก้า

แอสตร้าเซนเนก้า (ชื่อย่อหลักทรัพย์ AZN ในตลาดหลักทรัพย์ LSE/ STO/ Nasdaq) เป็นบริษัทชีวเภสัชภัณฑ์ชั้นนำระดับโลก มุ่งเน้นทางด้านการคิดค้น พัฒนา และจำหน่ายยาเพื่อการรักษาโรค โดยเฉพาะในกลุ่มยาโรคมะเร็ง กลุ่มยาโรคหัวใจ ไต และระบบเผาผลาญ และกลุ่มยาโรคทางเดินหายใจ แอสตร้าเซนเนก้า มีฐานอยู่ที่เมืองเคมบริดจ์ สหราชอาณาจักร และดำเนินธุรกิจในกว่า 100 ประเทศ และมีผู้ป่วยหลายล้านคนทั่วโลกที่ได้รับประโยชน์จากนวัตกรรมยาต่าง ๆ จากแอสตร้าเซนเนก้า สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาไปยังเว็บไซต์ astrazeneca.com หรือ ติดตามเราที่ facebook.com/AstraZeneca.TH

 

ข้อมูลสำหรับสื่อมวลชนเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ:

คณิติน ทัศพินิจ

Account Manager

บริษัท เฟลชแมน ฮิลลาร์ด ประเทศไทย

โทร. +66 80 615 5092 

อีเมล: kanitin.tadpinit@omc.com

 

รวิภา ช่วงเวฬุวรรณ

Senior Government and Public Affairs Manager

บริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) จำกัด

โทร +66 81 816 5885

E-mail: Ravipa.chongveruwon@astrazeneca.com

 

TH-25795 Expiration Date: 03/10/2027

Yanisa Phuangrat – Gift
Specialist, Media & Platform

FleishmanHillard | 968 U Chu Liang Building | 18th floor, Unit A | Rama IV road, Silom | Bangkok, Thailand
M +6663-914-1999| E yanisa.phuangrat@omc.com


fleishmanhillard.com | Facebook | Instagram | LinkedIn | X

 



This email is intended only for the person or entity to which it is addressed and may contain information that is privileged, confidential or otherwise protected from disclosure. Dissemination, distribution, or copying of this email or the information herein by anyone other than the intended recipient, or an employee or agent responsible for delivering the message to the intended recipient, is prohibited. If you have received this email in error, please notify the sender immediately.

Post a Comment

0 Comments