กรุงเทพฯ 2 ตุลาคม 2568 – ท็อปส์ ธุรกิจในกลุ่มฟู้ด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เดินหน้ายกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรไทย พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน ผนึกความร่วมมือกับกรมประมง และมหาสมุทรซีฟู้ด สนับสนุนการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าท้องถิ่นไทย โดยเปิดพื้นที่จำหน่าย "ปลากะพง 3 น้ำ" จากกลุ่มผู้เลี้ยงปลากะพงบ้านเกาะยอ หมู่ที่ 9 จังหวัดสงขลา ที่ยึดหลักการทำประมงแบบยั่งยืน เป็นมิตรต่อระบบนิเวศทางทะเลภายใต้มาตรฐานการเลี้ยงที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมควบคู่การบริหารจัดการอย่างยั่งยืน ซึ่งได้รับการรับรองมาตรฐานสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) และตราสัญลักษณ์ ประมงธงเขียว การันตีความสด สะอาด และปลอดภัย ตอกย้ำความเป็นผู้นำของท็อปส์ในการคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพจากแหล่งผลิตชั้นดี ส่งตรงถึงผู้บริโภคทั่วกรุงเทพฯ วางจำหน่ายภายในโซน Fish Monger ที่ ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์ และท็อปส์ ออนไลน์
นายบัญชา สุขแก้ว อธิบดีกรมประมง กล่าวว่า "ความร่วมมือกับท็อปส์ในครั้งนี้ ถือเป็นการขับเคลื่อนนโยบายของภาครัฐสู่ภาคเอกชนอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะในมิติของการยกระดับสินค้าเกษตรด้านประมงให้เข้าสู่ระบบค้าปลีกที่มีมาตรฐาน และเชื่อมโยงกับความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัย คุณภาพ และความยั่งยืน การนำ 'ปลากะพง 3 น้ำ' ซึ่งได้รับตราสัญลักษณ์ประมงธงเขียว เข้าสู่ห่วงโซ่การจัดจำหน่ายผ่านช่องทางโมเดิร์นเทรด ไม่เพียงช่วยเพิ่มโอกาสทางการตลาดให้กับเกษตรกรและชุมชนประมง แต่ยังเป็นการส่งเสริมระบบการผลิตสัตว์น้ำที่มีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของกรมประมงในการสนับสนุนเกษตรกรให้ปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิตสู่มาตรฐานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ปัจจุบัน มีสถานประกอบการยื่นขอใช้ตราสัญลักษณ์ประมงธงเขียวแล้วกว่า 257 กลุ่ม โดยได้รับอนุญาตแล้ว 215 กลุ่ม คิดเป็นสัดส่วนกว่า 83% และในส่วนของผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำแปรรูป มีการยื่นขอใช้ตราสัญลักษณ์มากถึง 647 รายการ ได้รับอนุญาตแล้ว 332 รายการ หรือคิดเป็น 51% สะท้อนให้เห็นถึงความตื่นตัวของผู้ผลิต และความร่วมมือที่กำลังขยายผลจากระดับชุมชนสู่ระดับประเทศ ทั้งนี้ กรมประมงเชื่อว่าความร่วมมือในลักษณะนี้จะมีบทบาทสำคัญในการผลักดันเศรษฐกิจฐานราก สร้างความมั่นคงทางอาหาร และเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมประมงไทยให้เติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืนในระยะยาว"
นายสเตฟาน คูม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มฟู้ด เซ็นทรัล รีเทล เปิดเผยว่า "ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของท็อปส์ในการยกระดับธุรกิจค้าปลีกในการสร้างบทบาทเชิงบวกต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมในทุกแง่มุมของการดำเนินธุรกิจ การคัดสรรและจัดหาสินค้าอย่างใส่ใจและมีความรับผิดชอบ หรือ Responsible Sourcing ซึ่งท็อปส์ให้ความสำคัญกับการคัดสรรผลิตภัณฑ์ไม่เพียงคุณภาพดี แต่ยังต้องคำนึงถึงแหล่งที่มา วิธีการผลิต กระบวนการและผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ ท็อปส์ยังยืนหยัดส่งเสริมคู่ค้าท้องถิ่นที่ดำเนินการผลิตบนแนวทางความยั่งยืน พร้อมสร้างช่องทางการจำหน่ายที่มั่นคงให้แก่ผู้ประกอบการรายย่อย อันเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากสู่เศรษฐกิจมหภาค สำหรับ 'ปลากะพง 3 น้ำ' จากทะเลสาบสงขลา โดยกลุ่มเกษตรกรชาวประมงผู้เลี้ยง "ปลากะพง 3 น้ำ" ได้คงไว้ซึ่งวิถีการเลี้ยงปลาแบบดั้งเดิมตามธรรมชาติของสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ ซึ่งเป็นการส่งเสริมความแข็งแรงในระบบนิเวศ ทำให้ได้ปลากะพงที่ปลอดภัยสำหรับผู้บริโภคดีต่อระบบนิเวศท้องถิ่น อีกทั้งยังทำให้คนไทยได้มีปลากะพงคุณภาพบริโภคในระยะยาวอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ 'ปลากะพง 3 น้ำ' ยังได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) และตราสัญลักษณ์ประมงธงเขียว นี่คือตัวอย่างที่ชัดเจนที่สะท้อนถึงความร่วมมือระหว่างท็อปส์ ธุรกิจและอัตลักษณ์ชุมชน และผู้บริโภคอย่างลงตัว ไม่เพียงสร้างประสบการณ์สดใหม่ให้ผู้บริโภค แต่ยังช่วยสร้างรายได้ที่มั่นคงให้แก่ชุมชนประมงท้องถิ่น อันเป็นรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจที่ยั่งยืนอีกด้วย"
และไม่เพียงภาคประมง ท็อปส์ยังดำเนินการคัดสรรและจัดหาสินค้าอย่างใส่ใจและมีความรับผิดชอบ และขยายการสนับสนุนไปสู่เกษตรกรและผู้ประกอบการท้องถิ่น ผ่านโครงการต่างๆ เช่น "จริงใจ Farmers' Market" ที่เปิดพื้นที่ให้เกษตรกร 12,300 ครัวเรือน นำผลผลิตปลอดภัยและสินค้าชุมชนมาจำหน่ายโดยตรงใน 32 สาขา ครอบคลุม 28 จังหวัดทั่วประเทศ และโครงการ "ท็อปส์ ท้องถิ่น" ที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการ เอสเอ็มอีได้นำเสนอสินค้าท้องถิ่นสู่ธุรกิจค้าปลีกชั้นนำภายใต้โมเดลธุรกิจที่เอื้อต่อผู้ประกอบการรายเล็ก ปัจจุบันมีผู้ประกอบการที่ผ่านการคัดเลือกได้เป็นคู่ค้ากับท็อปส์แล้วจำนวนกว่า 130 ราย และมีสินค้าจำหน่ายกว่า 500 รายการ ทั้งหมดนี้สะท้อนเจตนารมณ์ของท็อปส์ในการสร้างโอกาสทางการตลาดให้กับผู้ประกอบการรายย่อย และขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน โดยการคัดสรรและจัดหาสินค้าอย่างใส่ใจและมีความรับผิดชอบ นับเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ "12 Missions to Sustainable Retail" และแนวคิด "Small Acts Together" ที่เชื่อว่าทุกการลงมือเล็ก ๆ สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ได้จริง
ด้าน นางสาวถิรจิตรา ราชสีห์ กรรมการบริษัท ตัวแทนชาวประมง บริษัท ทีเอ็ม ฟู๊ดส์ ซัพพลาย จำกัด (มหาสมุทร) กล่าวเสริมว่า "ในฐานะตัวแทนกลุ่มชาวประมงเกาะยอ เรามีความภาคภูมิใจและยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ท็อปส์เข้ามาสนับสนุนและเปิดโอกาสให้ปลากะพง 3 น้ำ ของชุมชนได้วางจำหน่ายในซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำของประเทศ การสนับสนุนจากท็อปส์ไม่เพียงสร้างอาชีพและเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า แต่ยังสร้างแรงบันดาลใจให้ชาวประมงมีพลังในการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และเป็นเครื่องยืนยันว่าอาชีพประมงดั้งเดิมมีคุณค่าและสามารถยืนหยัดได้อย่างสง่างามในตลาดสมัยใหม่ โดยจุดเด่นของปลากะพง 3 น้ำ นับเป็นปลากะพงไทยเพียงหนึ่งเดียวที่เลี้ยงในทะเลสาบสงขลา ครอบคลุมพื้นที่ 3 จังหวัด ได้แก่ สงขลา พัทลุง และนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นจุดบรรจบของน้ำจืด น้ำกร่อย และน้ำเค็ม จึงได้ปลาที่มีเนื้อแน่น สีชมพูใส และรสชาติหวานสดเป็นเอกลักษณ์ และมีขนาดใหญ่กว่าปลากระพงชนิดอื่นมีน้ำหนักตั้งแต่ 3-5 กิโลกรัม สูงสุดถึง 8 กิโลกรัม ซึ่งเราเลี้ยงด้วยวิถีธรรมชาตินานกว่า 2 ปี ปราศจากสารเคมี ทั้งยังใช้เทคนิคอิเคะจิเมะจากญี่ปุ่นเพื่อคงความสด ลดกลิ่นคาว และยกระดับคุณภาพสู่เกรดซาชิมิ อีกทั้งยังได้รับการรับรองมาตรฐาน สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indication: GI) , การปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (Good Agricultural Practices: GAP) และประมงธงเขียว ยืนยันถึงความเป็นสินค้าท้องถิ่นที่สะอาด ปลอดภัย และยั่งยืนอย่างแท้จริง"
"ท็อปส์จะยังคงเดินหน้าขยายความร่วมมือกับทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง เพื่อเชื่อมโยงสินค้าคุณภาพจากชุมชนไทยสู่ผู้บริโภคทั่วประเทศ ให้ทุกการจับจ่ายไม่เพียงได้สัมผัสความสดใหม่ ปลอดภัย และได้มาตรฐาน แต่ยังเป็นการส่งต่อคุณค่าภูมิปัญญาท้องถิ่น สร้างรายได้ที่มั่นคงแก่เกษตรกรอย่างยั่งยืน และพร้อมร่วมดูแลสิ่งแวดล้อมอันจะส่งผลให้คุณภาพชีวิตของคนในสังคมไทยดีอย่างยั่งยืนในระยะยาว" นายสเตฟาน กล่าวสรุป
ชวนลิ้มรสความสดอร่อยของ "ปลากะพง 3 น้ำ" วัตถุดิบคุณภาพจากทะเลสาบสงขลา ภายในโซน Fish Monger ได้แล้ววันนี้ที่ ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์ สาขาที่ร่วมรายการ และท็อปส์ ออนไลน์
ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.tops.co.th, เฟซบุ๊ก TOPSThailand, หรือ แอปพลิเคชันไลน์ @TOPSThailand
#TOPS #EveryDayDISCOVERY #SustainableRetail
#SmallActsTogether #3WaterSeabass
###
เกี่ยวกับเซ็นทรัล รีเทล
บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ("บริษัทฯ" หรือ "เซ็นทรัล รีเทล") เป็นผู้นำธุรกิจค้าปลีก รวมทั้งธุรกิจค้าส่ง สินค้าหลากหลายประเภท ผ่านรูปแบบและช่องทางที่หลากหลาย (Multi-Format Multi-Category Omnichannel Retail และ Wholesale Platform) ในประเทศไทย ประเทศอิตาลี และประเทศเวียดนาม บริษัทฯ มีเครือข่ายร้านค้าภายใต้แบรนด์ค้าปลีกและค้าส่งทั้งหมด 3,822 ร้านค้า (ข้อมูล ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2568) อาทิ ห้างสรรพสินค้า ร้านขายสินค้าเฉพาะทาง ศูนย์ค้าส่งวัตถุดิบอาหาร ซูเปอร์มาร์เก็ต ไฮเปอร์มาร์เก็ต พลาซ่า และการจำหน่ายสินค้าออนไลน์บนแพลตฟอร์ม Omnichannel โดยธุรกิจของเซ็นทรัล รีเทล ครอบคลุมทั้งหมด 4 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่ (1) กลุ่มฟู้ด มุ่งเน้นการจำหน่ายสินค้าอุปโภค-บริโภค วัตถุดิบอาหาร รวมถึงสินค้าและบริการด้านสุขภาพคนและสัตว์เลี้ยงภายใต้แบรนด์ค้าปลีกและค้าส่งต่าง ๆ เช่น ท็อปส์ ท็อปส์ ฟู้ดฮอลล์ ท็อปส์ ไฟน์ ฟู้ด ท็อปส์ เดลี่ ท็อปส์ แคร์ และโก โฮลเซลล์ ในประเทศไทย ส่วนประเทศเวียดนาม ได้แก่ บิ๊กซี / โก (GO!) ท็อปส์ มาร์เก็ต มินิ โก (go!) และ ลานชี มาร์ท (2) กลุ่มฮาร์ดไลน์ มุ่งเน้นการจำหน่ายสินค้าตกแต่งและปรับปรุงบ้าน สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องเขียนและอุปกรณ์สำนักงาน หนังสือ และ e-Book ภายใต้แบรนด์ค้าปลีกต่าง ๆ เช่น ไทวัสดุ ไทวัสดุ x บีเอ็นบี โฮม เพาเวอร์บาย ออฟฟิศเมท บีทูเอส เมพ และเหงียน คิม (3) กลุ่มแฟชั่น มุ่งเน้นการจำหน่ายสินค้าเครื่องแต่งกาย และเครื่องประดับภายใต้แบรนด์ค้าปลีกต่าง ๆ เช่น ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน ห้างสรรพสินค้ารีนาเชนเต ซูเปอร์สปอร์ต และ เซ็นทรัล มาร์เก็ตติ้ง กรุ๊ป และ (4) กลุ่มพร็อพเพอร์ตี้ มุ่งเน้นการให้เช่าพื้นที่สำหรับร้านค้าของกลุ่มบริษัทฯ และร้านค้าและบริการของบุคคลภายนอก เช่น โรบินสัน ไลฟ์สไตล์ ท็อปส์ พลาซ่า และ บิ๊กซี / GO! เวียดนาม โดย ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2568 เซ็นทรัล รีเทล ดำเนินธุรกิจใน 3 ประเทศ ได้แก่ ประเทศไทย ทั้งหมด 62 จังหวัด ประเทศเวียดนาม ทั้งหมด 26 จังหวัดและประเทศอิตาลี ในเมืองหลัก ๆ ทั่วประเทศ
| สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ พลอยฉาย (พลอย) โทร. 095-559-5538 ขวัญสุดา (ต้นอ้อ) โทร. 062-553-5465 | ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชนติดต่อ เจซีแอนด์โค คอมมิวนิเคชั่นส์ – JC&CO COMMUNICATIONS – สิทธิกร ชิตเทพ / +6694-331-6996 / sitdhikornc@jcco.co.th รัญชนา นพรัตน์ / +6684-636-1700 / runchanan@jcco.co.th กรวรรณ คุ่ยไชยสงคราม / +6693-023-3346 / korrawank@jcco.co.th ** LINE OFFICIAL: @JCCOTHAILAND |
Regards,
Media Relations Division
Public Relations Department
Email: newscenter@jcco.co.th
LINE OFFICIAL: @jccothailand

0 Comments